วันอังคารที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

4 หนุ่ม บุก "วังเวียง" 5 วัน 4 คืน ตอนที่ 2 <<น้ำตกตาดแก่งยุย - ถ้ำจัง - บลูลากูน >>

ความเดิมจากตอนที่แล้ว http://pantip.com/topic/32666938 หลังจากเมื่อคืนดูบอลกันจนจบก็เกือบ ตี1 แล้วจึงได้กลับมานอนเอาแรงเพื่อพร้อมจะลุยกับโปรแกรมที่วางใว้ให้เต็มที่,,,,, ตื่นมาบรรยากาศสดชื่น ดื่มด่ำกันอย่างเต็มที่ เดินออกไปเช่ามอเตอร์ไซด์ ผมเลือกร้านที่อยู่ทางเดินไปมาลานี วิลล่า เพราะเคยสอบถามดูราคาไม่แพงก็เลยจัด Manual ก็พอ ยี่ฮ้อไรจำไม่ได้แต่คล้ายๆ Wave บ้านเรา ราคา 160 บาท พร้อมแผนที่ จากน้ำไปกินเฝ๋อ ร้านดัง (คนยอะ) โรงพยาบลวังเวียง ชามละ 60 บาท แล้วไปเติมน้ำมัน.........พร้อมจะไปลุยน้ำตกกัน ทางเข้าน้ำตกจะขี่ขึ้นไปทางเหนือเลียบสนามบิน(เก่า)ไปประมาณ 1 กม. แล้วเลี้ยวขวา(มีป้ายบอก)เข้าไปอีกประมาณอีก 6 กม. เส้นทางเป็นถนนลูกลังสลับกับหลุมๆบ่อๆ ใช้รถคุ้มเลยขี่มันส์มากใส่กันไม่ยั้ง รู้สึกสงสารเจ้าของรถเลย อิอิ T-T ถึงลานจอแล้วมีของขายก่อนขึ้นไป รีบจัดเบยลาวให้ด่วนจิบๆไปด้วยเดินไปด้วย แสนเพลิน เดินประมาณครึ่ง ชม. ก็ถึงแล้ว..........น้ำตกตาดแก่งยุย สวยและตื่นเต้นจริงๆอยากจะลงไปแล้ววววว น้ำตกที่นี่อาจจะไม่ใหญ่มากแต่ อันซีน อยู่ตรงที่สามารถลงไปยืนตรงที่น้ำตกไหลลงมาได้ และเข้าไปอยู่ใต้ม่านน้ำตกได้ มันได้บรรยากาศอีกแบบนะ แต่เจ็บใช้ได้เลย อิอิ ชื่อสินค้า:   วังเวียง คะแนน:      **CR - Consumer Review : ผู้เขียนรีวิวนี้เป็นผู้ซื้อสินค้าหรือเสียค่าบริการเอง ไม่มีผู้สนับสนุนให้สินค้าหรือบริการฟรี และผู้เขียนรีวิวไม่ได้รับสิ่งตอบแทนในการเขียนรีวิว

Cotai reward เล่น 1 ชม. ได้ตั๋วเรือฟรีมาเก๊า-ฮ่องกง พ.ย.2014 อยู่ไหม

สอบถามว่าถ้าเราไปสมัคร Cotai reward  แล้วเล่นครบ 1 ช.ม.  ตอนนี้ยังได้ตั๋วเรือข้ามไปอ่องกงฟรีอยู่ไหมค่ะ ไป ห.ย.2014 นี้ค่ะ

ช่วยโหวต ที่พัก เกาะล้าน หน่อยจ่ะ

เกาะล้าน เป็นอีก 1 สถานที่ ท่องเที่ยวที่น่าไป หลายๆคนก็คงได้ไปเที่ยวมากันแล้ว ส่วนตัวเราเองไปมา 1 ครั้งแล้ว อิอิ ติดใจอยากไปอีก โดยจะไป 10-12 พย 57 นี้ เลยอยากรบกวนเพื่อนๆช่วยโหวต ที่พักเกาะล้าน ให้หน่อยจ่ะ โดย จขกท มีเงื่อไข ตามนี้จ่ะ      -  ราคา 1000-1200 บาท      -  ปิ้งย่างได้ มีอุปกรณ์ให้พร้อม ไม่ต้องเช่า      -  ดูแล ลูกค้าดี เข้าใจใส่ พูดจาดี      -  ที่พักสะอาด ปลอดภัย บรรยากาศดี (ใกล้ทะเลได้ยิ่งดีเลยค่ะ) รูป  1.  ลุงชีพ รีสอร์ต      2. ณภัค รีสอร์ต      3. บ้านรินรักษ์      3. บ้านต้นไผ่      4. บ้านท่องทะเล ส่วนท่านไหนต้องการแนะนำที่พักเพิ่มเติม สามารถแนะนำได้เลยนะคะ   ขอบคุณทุกความคิดเห็นค่ะ  เพี้ยนออกทริปเพี้ยนออกทริป *** ปิดโหวต วันที่ 07 พฤศจิกายน พ.ศ.2557 เวลา 11:37:34 น. 1. คุณลืมตอบคำถามที่ * จำเป็นต้องตอบ ตอบโพล ดูผลโพล แก้ไขข้อความเมื่อ

Taiwan Revealed นอนบ้านคนแปลกหน้า ลัดเลาะเกาะฮิปสเตอร์ ปั่นจักรยานริมแปซิฟิก เทศกาลholi (ตอนที่3)

TAIWAN REVEALED 168 ชั่วโมงบนเกาะมันเทศ, เดินทางเพียงลำพังแต่ไม่เคยอยู่คนเดียว ไม่เดินตามไกค์บุ๊คแต่เดินตามคำบอกเล่า, ไม่นอนโรงแรมแต่นอนบ้านคนท้องถิ่น ใช้เวลาร่วมกับคนแปลกหน้ามากกว่าอยู่ลำพังกับหูฟัง Taiwan Revealed ตอนที่ 1 http://pantip.com/topic/32793784 Taiwan Revealed ตอนที่ 2 http://pantip.com/topic/32798389 Taiwan Revealed ตอนที่ 3 http://pantip.com/topic/32808018ญี่ปู้นนน ญี่ปุ่น ต่อให้หลับตาคุณจะได้ยินเสียงคนญี่ปุ่นเสมอในไทเป เวลาขณะนั้น 5 ทุ่มครึ่ง สถานีรถไฟไต้ดินจวนเจียนใกล้ปิดเต็มแก่ผมเร่งฝีเท้าหลังหมดเงินกับ Eslite Bookstore ที่สาขา Dunhua ระหว่างเดินมีชายเดินตรงมาที่ผมแล้วถามว่า "คุณรู้จักร้านหนังสือที่เปิด 24 ชั่วโมงมั้ย” ผมตอบทันควัน “รู้ นั่นไงผมพึ่งออกมาจากที่นั้น อยู่ด้านหน้าคุณไง” เขาถามต่อว่า “ร้านหนังสือแน่นะ ผมว่าจะไปนอนที่ร้านหนังสือ” คำพูดเขาทำผมผงะไปชั่วหนึ่งก่อนจะย้อนกลับไปว่า "จะนอนจริงเหรอ แน่นะ!?” ด้วยความสงสัยผมไม่รีรอเดินตาม (อย่างน้อยก็ได้เรื่องมาเขียนลงพันทิพหน่ะ 555) Eslite มีโต๊ะขนาดใหญ่สำหรับคนนั่งอ่านแต่ถ้าจะใช้นอนจริงๆ ผมคิดว่าไม่น่าเป็นไปได้นะ เราเดินวนเวียนอยู่สักพักจนรู้สึกเวทนา "เอางี้ ไปนอนที่เกสต์เฮาท์ผมมั้ยมันพอมีเตียงเหลืออยู่ตื่นเช้ามาก็จ่ายเงินให้เจ้าของเอาเองแล้วกัน” เขาเริ่มมองเห็นว่าร้านหนังสือมันนอนไม่ได้จริงๆ เลยตกลงที่จะตามผมกลับ ระหว่างทางกลับก็ชวนคุยจนได้เรื่องว่าเขาชื่อ Nobuki พึ่งเรียบจบจาก Tokyo University สาขา Science อยู่เมือง Yokohama บินมาไทเปด้วยกระเป๋าเป๋ที่มีเสื้อหนึ่งชุดและซากกระป๋องเบียร์ เช้าวันรุ่งขึ้น Nobuki หายตัวอย่างลึกลับเมื่อตอนเช้าตรู่ทิ้งเงินไว้บนเตียง 500 TWD สำหรับค่าที่พัก นับเป็นความทรงจำที่ทั้งประหลาดและฮาเท่าที่ผมเคยเจอตลอดเวลา 3 ปีที่เดินทางเลยแหละ 555ปั่นจักรยานริมเปซิฟิก หลังได้แรงบันดาลใจล้นหลามจาก The Secret Life of Walter Mitty ผมตัดสินใจว่า การเดินทางมาไต้หวันครั้งนี้ต้องแตกต่าง ต้องวิ่งหนีออกจาก comfort zone บ้าง "Once in a life time ใช่มั้ย ผมถามตัวเองหลังดูหนังจบ” นี่เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวการปั่นจักรยานทางไกลครั้งแรกในชีวิต วันที่ 7 ของการเดินทาง ผมซื้อตั๋วรถไฟไปเมือง Hualien (ฮัว เลียน) เมืองฝั่งตะวันออกประชันหน้ามหาสมุทรแปซิปิก รถไฟใช้เวลาเดินทาง 3 ชั่วโมงบนขบวนรถปกติ และ 2 ชั่วโมงนิดๆ สำหรับขบวนรถด่วน Hualien รถไฟออกเดินทางและถึงจุดหมายอย่างเที่ยงตรง ผมรีบขึ้นแท๊กซี่ดิ่งตรงเช็คอินที่ Clear Sky Backpacker Hostel เพราะลมที่พัดลอยขึ้นจากทะเลกระหนำความหนาวเย็นโดยไม่ปราณีจนคนไทยตัวเล็กอย่างผมทนไม่ไหว ต้องซื้อเสื้อกันใหม่เลยทีเดียว เกสต์เฮาท์ติดกับห้างสรรพสินค้า FE21 ห้างที่ทันสมัยที่สุดของเมืองก็ว่าได้ ผมเดินเท้าสำรวจเมืองแปลกนี้ด้วยความเร็วเท่าหอยทาก a-Zone หรือ Hualien Culture and Creative Industries Park แปลเป็นไทยว่า ศูนย์เยาวชนไทยญี่ปุ่นดินแดง ถุ้ย!!!! a-Zone เป็นครีเอทีฟพาร์คแบบเดียวกับ Huashan 1914 Creative Park เดิมทีพื้นที่นี้เป็นโรงงานผลิตไวน์เก่าแก่และมีบ้านไม้โบราณญี่ปุ่น, ศูนย์แสดงผลงานจากฝีมือช่างชาว hualien, บาร์, คาแฟ่ แม้จะเป็นวันศุกร์เย็นแต่บรรยากาศกลับเงียบเหงาราวเดินอยู่กลางสนามหลวงตอนกลางคืน Old Railway Walking Path ถนนคนเดินถูกปรับจากเส้นทางรถไฟเก่าเปลี่ยนเป็นแหล่งพักผ่อนเมื่อปี 2003 แถมถนนเส้นนี้ยังเดินเชื่อมต่อกับถนนช็อปปิ้งหลัก Zhonghua และ Zhongshan ไม่กี่อึดใจ ผมปิดท้ายคืนแรกใน Hualien ด้วยการชิมของทอดและตบท้ายกับการลิ้มลองเบียร์ผลไม้รสกล้วยและสัปปะรดครั้งแรก ถ้าให้เรทติ้งผมคงให้ 1.5 เต็ม 5 คะแนน เพราะรสชาติผลไม้และรสชาติเบียร์มันขัดแยงในตัวมันเอง ดื่มเอาสนุกอาจพอได้แต่เอาเข้าจริงผมแนะนำเป็น Taiwan Beer สีเขียว วันที่ 8 ของการเดินทาง เช้านี้ผมลากจักรยานเสือภูเขาจากเกสต์เฮาท์ออกไปท้าทายตัวเองตามที่ตั้งใจ เส้นทางปั่นจักรยาน 花蓮市海岸自行車道 กินระยะทาง 15 กิโลเมตรจากจุดสตาร์ทที่ Nabin Park สิ้นสุดที่ Qixingtan Beach จักรยานเช่าได้จากร้านจักรยานหน้าสถานีไฟ Hualien และตามสถานที่พักที่คุณอยู่ ราคา 100-150 TWD ต่อหนึ่งวันแล้วแต่ตกลง เส้นทางปั่นจักรยานใน hualien ส่วนใหญ่จะออกไปนอกเมือง ขึ้นเขา ริมหน้าผา  เหมาะอย่างยิ่งกับกลุ่มนักปั่นมืออาขีพ คงเกินตัวจนเกินไปสำหรับมือสมัครเล่นอย่างผม เส้นทางที่ผมเลือกได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมากที่สุดเพราะระยะทางไม่มากไม่น้อย สมบุกสมบันระดับหนึ่ง แถมใกล้ชิดขอบแปซิฟิกแบบสุดๆ ยิ่งปั่นไกลเท่าไรยิ่งสดชื่น ตลอดเส้นทางมีจุดแวะพักห้ามพลาด ปั่นไปถึงเดี่ยวคุณก็รู้เองว่าต้องแวะ ผมถึง Qixingtan Beach จำได้ว่าใช้เวลาชั่วโมงเศษสำหรับ 15 กิโล ถือว่านานไปนิด แต่คงไม่เลวเกินไปสำหรับครั้งแรก บรรยากาศทะเลหมนเป็นสีเทา ชวนหดหู่ เงียบสงัดไร้ผู้คน ลมทะเลที่เย็นเจี้ยบคล้ายจุมมือลงถังน้ำแข็งปะทะหน้าไม่เว้นช่วง คลื่นที่ซัดเข้าฝั่งก็ไม่เคยลดความน่ากลัวลง (ชายหาดไม่น่าเหมาะลงเล่นน้ำ คลื่นสูง คงลึกมาก) ชายหาดเป็นหิน 100% มีเนินเขาสูงชันชวนน่าเกรงขามเป็นแบ๊กกราว มันคงไม่ใช่ภาพชาดหายที่ผมวาดฝันไว้แต่สิ่งที่สำคัญคือ ผมเอาชนะความกลัวกับการเดินทางที่ไร้ผู้คนได้ในที่สุด Qixingtan Beach สามารถเข้าถึงได้จากเส้นทางปั่นจักรยานและเดินเท้าจากถนน Qixing บริเวณหน้าหาดไม่มีบ้านผู้อาศัยมากนัก แต่ก็พอมีร้านอาหารทาสีชมพูที่มองเห็นมาแต่ไกล ร้านนี้ยังมีฟาร์มแกะเป็นจุดขายด้วยนะครับ ผมแวะ Chihsing Tan Katsuo Museum เป็น tourist attraction ที่คนชอบถ่ายรูปจะถูกใจ หากเสียค่าเข้าชมผมคงเดินอย่างสบอารมณ์เป็นแน่ ข้างในมีซุ้มอาหารและด้านหลังเป็นมิวเซียมหมู่บ้านชาวประมง (มั้ง) ขนมของฝากที่นี่อร่อยมากครับผลิตจากเนื้อปลาเป็นหลัก มีขนมปลาอัดเม็ดผสมงาดำกับเนื้อปลาแห้งเข้าด้วยกัน ราคา 160 TWD มี 4 รสชาติ ผมเหมาไปเยอะพอสมควรทั้งที่ลืมว่าต้องปั่นกลับบนระยะทาง 5.5 กิโล ผมใช้เวลาอยู่พักใหญ่จนพาตัวเองกลับมาถึงเกสต์เฮาท์และกลับขึ้นรถไฟกลับไทเปทันเวลาเทศกาล holi วันที่ 9 ของการเดินทาง ท้องฟ้าวันสุดท้ายส่อแววสดใสอากาศหนาวเจือจางลงจนรู้สึกอุ่นเหมือนกรุงเทพฯ ผมมาถึง Hua Shan Park เพื่อร่วมเทศกาล Holi in Taipei 2014 เทศกาลเฉลิมฉลองของชาวฮินดู ด้วยความโด่งไปทั่วโลกเราจึงเห็นแป้งสีถูกนำไปใช้ตามกิจกรรมต่างๆ ทั่วโลกแม้กระทั่งไทยเองก็มี กิจกรรมไม่ซับซ้อนเริ่มต้นจากโชว์เต้นรำแแบบฉบับชาวภารตะ จากนั้นทุกคนจะได้รับอาหารอินเดีย 1 เช็ตและถุงแป้ง Holi 1 ถุงสำหรับโรยเป็นท็อปปิ้ง (ล้อเล่นครับ 555) บัตรเข้างานราคา 350 TWD โดยทุกคนต้องยื่นบัตรเข้างานเพื่อใช้แลกอาหารและแป้งสี โมเมนต์ที่ทุกคนรอคอยเริ่มอย่างทุลักทุเล ผู้เข้าร่วมงานคร่าวๆ 100-200 คนละเลงสีบนใบคนรอบตัวอย่างเมามันส์พร้อมเอ่ย "Happy Holi" ปิดท้ายเพื่อไม่ให้เสียมารยาทและไม่รู้สึกเขิลมากนัก (ใช้ได้ดีเวลาป้ายสีกคนที่แอบชอบ) ผมเองจากหน้าสะอาดก็เปื่อนครบทุกสีไม่ถึง 1 นาที ตลอด 2 ชั่วโมงนิดๆที่ผมใช้เวลากับงานนี้มีชาวอินเดียหยิบกองออกมาตี มีรุมกระหนำแป้ง มีหญิงสาวออกท่าทางเต้นรำจนลืมตัว มีผู้แพ้สงครมที่นอนสลบสไล มีชายเต้นบนต้มไม้ และมีบางคนยิ้มอย่างบ้าคลั่งพร้อมแป้งสีเต็มตัว ผมเองพบกลุ่มนักเรียนไทยโดยบังเอิญเลยทำความรู้จักและเกาะกลุ่มเล่นกับพวกเขาไปเลย ความสุขมักผ่านไปไวเสมอเหมือนใครสักคนเคยพูดไว้ กลุ่มคนไทยที่เจอชักชวนผมไปกินข้าวต่อ มีเหรอผมจะปฏิเสธ แต่! มันไม่ใช่การแค่ไปนั่งกินข้าวในร้านง่ายๆนะสิ พวกเขาพาผมไป Ximending ย่านที่พลุกพล่าและแป้งสีที่เต็มหน้า อันที่จริงเต็มตัวหัวจรดเล็บเท้า ระหว่างทางเดินก็ถูกผู้คนรุมมอง บางคนแอบถ่ายรูปก็มี นับว่าปิดฉากการผจญภัยในไต้หวันอย่างสมบูรณ์ สนุกอย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อนตลอดทริป มันสนุกด้วยตัวของมันเองโดยไม่ต้องอาศัยเบียร์หรือเครื่องดื่มใด Holi Festival ต้องการแค่รอยยิ้ม แป้งสี และก็รอยยิ้มที่ใหญ่กว่าเดิมเพียงเท่านั้นเอง สำหรับปีหน้าคิดว่าน่าจะเกิดขึ้นวันที่ 6 มีนาคม 2558 สักที่หนึ่งในไทเปถ้าใครสนใจผมจะอัพเดทในเพจครับ คุณสามารถอ่านรีวิวทั้งหมดได้จากลิ้งค์ด้านล่าง Taiwan Revealed ตอนที่ 1 http://pantip.com/topic/32793784 Taiwan Revealed ตอนที่ 2 http://pantip.com/topic/32798389 Taiwan Revealed ตอนที่ 3 http://pantip.com/topic/32808018 และเพจผมที่ www.facebook.com/iworkfortravel ครับ ชื่อสินค้า:   ไต้หวัน ไทเป คะแนน:      **CR - Consumer Review : ผู้เขียนรีวิวนี้เป็นผู้ซื้อสินค้าหรือเสียค่าบริการเอง ไม่มีผู้สนับสนุนให้สินค้าหรือบริการฟรี และผู้เขียนรีวิวไม่ได้รับสิ่งตอบแทนในการเขียนรีวิว แก้ไขข้อความเมื่อ

งานแบบไหน ทำไมลางานเป็นอาทิตย์ - เดือนไปเที่ยวยาวได้ TT

เป็นคนเสพติดการเที่ยวไปแล้วตอนนี้ แต่หาเวลาไปไม่ได้เลย นอกจากช่วงหยุดนักขตฤกษ์ ปีใหม่ สงกรานต์  ตั๋วก็แสนแพงมากก TT -อยากขอคำแนะนำ ทำงานแนวไหนบริษัทแบบไหนคะ ถึงลางานได้เกิน 1 อาทิตย์ ใครใจดี หลังไมค์ แนะนำหน่อยคะ อยากเปลี่ยนงานแถว กทม แนะนำหน่อยนะคะ พลีสสส ( ถ้าเป็นเจ้าของธุรกิจ หรือทำงานฟรีแลนด์ได้ก็คงดีคะ แต่จบสายบริหารมา คงได้แค่ทำงานประจำต็อกต๋อย) -ส่วนใหญ่ทำอาชีพอะไรกันคะ และหยุดยาวได้เท่าไหร่ *-*

Movie Time in Singapore

มาแล้วครับผม Special Report ! ที่ทุกท่านรอคอย กะภารกิจตะลุยโรงหนัง ณ สิงคโปร์ ด้วยเวลาอันจำกัดและเหตุผลอีกนานัปการทำให้สามารถจัดมาได้แค่รอบเดียว โรงเดียว คือตั้งใจว่าจะดูมากกว่านี้แหละ แต่ไม่ได้จริงๆ ที่จะว่าไปแล้วโรงหนัง ณ สิงคโปร์ กะโรงหนัง ณ ไทยแลนด์ นี่แทบจะไม่ได้มีอะไรแตกต่างกันซักเท่าไหร่เลย เลยจะขอแทรกประเด็นอื่นๆ ไปแบบเนียนๆ ละกันนะ 1. เราว่าสิงคโปร์นี่น่าจะเป็นประเทศที่แยกว่าใครเป็น citizen หรือถือสัญชาติสิงคโปร์จริงๆ ได้ยากที้สุดแล้วล่ะมั้ง คือแบบประชากรส่วนใหญ่นี่หน้าตาออกจีนๆ ตี๋ๆ หมวยๆ กันไปหมด อย่างที่เจอมา 2 ครั้งก็คือเราเข้าไปถามทาง เราก็พยายามเลือกคนที่แบบวัยกลางคนหน่อยและดูท่าทางว่าน่าจะเป็นคนทำงานที่นี่ล่ะ ก็เข้าไปถาม เจอบอก I'm not local. นี่จบนะ ‪#‎สลัดแมว‬ ก็กูแยกไม่ออกอ่ะ สุดท้ายเลยไปถามเจ้าหน้าที่(ที่คาดว่าน่าจะเป็น)ตำรวจ นี่ถ้าเจ้าหน้าที่คนนั้นบอก I,m not local อีกกูคงกระโดดถีบหัวอ่ะ นอกจากนี้ประชากรอีกไม่น้อยยังมีหน้าตาแขกๆ ที่เราขอเหมารวมว่าเป็นอินเดียนะ เพราะมีย่าน Little India ชัดเจน และโดยเฉพาะย่านที่ว่า มองไปทางไหนนี่มีแต่แขก แถมยังมีวัด(ที่ไม่รู้เค้าเรียกว่าวัดเปล่า) อยู่อีกเยอะแยะหลายวัด เราแอบเข้าไปร่วมพิธีกรรมที่ดูศักดิ์สิทธิ์กะเค้ามาด้วย 2. สิงคโปร์ แน่นอนขึ้นชื่อเรื่องความสะอาด และมันก็เป็นอย่างที่เค้าร่ำลือกันจริงๆ คือในตัวเมืองหรือสถานที่สำคัญๆ นี่แบบสะอาดมาก มองหาขยะนี่ไม่เจอหรือเจอก็แบบน้อยมาก และยิ่งเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องนี้อยู่แล้ว เราว่านักท่องเที่ยวที่ไปเยือนยิ่งต้องระวังตัว ไม่กล้าทำอะไรที่ไม่ดีอย่างเรื่องทิ้งขยะมั่วๆ นี่มากอยู่แล้ว แต่ย่านที่เราพักคือ Geylang ที่ค่อนข้างจะนอกเมืองหน่อย และที่สำคัญที่พักราคาถู(มาก) แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาเพราะห่างจาก MRT ด้วยการเดินเพียง 5 นาที คือโดยรวมมันก็ดูสะอาดตาดีอ่ะนะแต่มันก็ไม่ได้สะอาดเรียบร้อยเหมือนย่านเมืองใหญ่ แถมเพิ่งรู้เอาตอนที่ไปถึงว่าย่านนี้มันเป็นย่านแบบนั้น(แบบนั้นนั่นแหละ ไม่ต้องงง) เราจึงได้เห็นแผงแบกะดินวางขายยาปลุกเซ็กส์หรืออะไรทำนองนั้นกันมากมายพอสมควร ก็ขำๆ อ่ะนะ 3. สิงคโปร์ เป็นเมืองที่ค่าครองชีพค่อนข้างแพงและทุกสิ่งอย่างนี่เป็นเงินเป็นทองหมด น้ำเปล่าขวดเล็กๆ ที่บ้านเรา 7 บาทแต่ที่นั่น 30-50 บาทอยู่ีแหล่งที่ขาย และน่าจะเป็นประเทศที่ขาช็อปน่าจะถูกใจเป็นที่สุด ในตัวเมืองจะเต็มไปด้วยห้างสรรพสินค้า ห้างเล็กห้างน้อย หรูหราไฮโซไปจนถึงธรรมดา แม้กระทั่งทางเดินเชื่อม MRT ก็ยังเต็มไปด้วยร้านค้า Brand name ต่างๆ มากมายและแน่นอนโดยเฉพาะ Orchard ห้างนับไม่ถ้วน(ไม่อยากนับจริงๆ) เรียงรายอยู่ทั้ง 2 ฝั่งถนนแบบเดินออกห้างนี้เข้าห้างนั้นได้แบบง่ายมั่กๆ เรียกว่าขอให้มีเงินเหอะ ! 4. และแล้วเราก็ได้ดูหนังที่ย่านนี้แหละ ในห้าง Shaw House ซึ่งมีสัญลักษณ์ของ Shaw Brothers แปะไว้อยู่ เท่าที่เห็นนะ ก็เป็นห้างนี่แหละ ก็มีร้านค้า ร้านอาหารมากแหละ และโรงหนังจะอยู่ชั้นบนสุด เท่าที่สังเกตุเห็นนะ หลายๆ ห้างจะมีโรงหนังอยู่ แต่ไม่ได้เข้าไปสัมผัสอ่ะ 5. จากการคำนวณเวลานั่นนี่ ดูรอบฉายนี่นั่นแล้ว หนังที่มีรอบฉายที่สามารถดูได้สะดวกที่สุดก็เรื่อง Pompeii (น่าจะเข้าฉายพร้อมประเทศไทยและอีกหลายประเทศทั่วโลก) และจากที่สังเกตุการณ์ดู หนังที่เข้าฉายที่สิงคโปร์ ค่อนข้างหลากหลาย ทั้งหนัง Blockbuster หนังรางวัลออสการ์ หนังจีน หนังอินเดีย ฯ มีให้เลือกดูเยอะแยะมากแต่ที่รู้สึกภูมิใจเล็กๆ คือช่วงเวลาที่ไปมีหนังไทยอย่าง ตี 3 คืน 2 เข้าฉายอย่ด้วยนะและมีโฆษณาของ ฮาชิมะ โปรเจคท์ ที่กำลังจะเข้าฉายในเดือนมีนาคมด้วย แต่หนังที่เป็นหนังสิงคโปร์จริงๆ น่าจะน้อยมาก เพราะช่วงเวลาที่ไปดูไม่มีฉายนะ มีแต่ป้ายโฆษณาว่ากำลังจะเข้าเพียงเรื่องเดียวเอง 6. ราคาบัตรภาพยนตร์ 1 เรื่องอยู่ที่ 7-9 เหรียญ คิดเป็นเงินไทยที่ราวๆ 200 บาทต้นๆ ถ้าเทียบกันแล้วเราว่าไม่แพงนะ เพราะที่ไทยบางโรงที่นั่งแบบธรรมดามากๆ ยังเกิน 200 เลย แต่ Pompeii นี้ได้ดูในระบบ 3D ราคาอยู่ที่ 14 เหรียญบวกค่าแว่นตา 3D อีก 2 เหรียญ คิดเป็นเงินไทยที่ 400 ต้นๆ นับว่าแพงกว่าที่ไทยอยู่พอสมควร จริงๆ อยากลอง Imax นะแต่ไม่สามารถเลยบอกไม่ได้ว่าราคาเท่าไหร่ ยังไง popcorn ที่นี่ก็มีขายเป็น set แบบของไทยนี่แหละ ชุดที่ซื้อนี่เป็นชุดเล็กที่สุดราคาก็ 7 เหรียญ ไม่ถึง 200 บาท ถือว่าโอเลยนะ 7. โรงหนัง จากโรงที่ได้สัมผัสเราว่าแทบไม่ต่างจากเมืองไทยเลย จะมีที่ชัดๆ ก็ slope ของแถวที่นั่งนี่ค่อนข้างมากทำให้หมดปัญหาแถวหน้าบังไปได้สบายๆ ตัวอย่างหนังน้อยมาก น่าจะเรื่องหรือ 2 เรื่องแค่นั้น ส่วนโฆษณาก็มีแหละ และเราว่ามันมากกว่าตัวอย่างหนังด้วย โอเค ‪#‎ทุนนิยมนี่มัน ยิ้มจริงๆ‬ ตัวหนังเป็นเสียงอังกฤษ ซับจีน ก็ดูแบบเงิบเล็กๆ แหละแต่ตัวหนังค่อนข้างดูง่าย ไม่มี dialogue ที่ซับซ้อนเลยถูๆ ไถๆ รู้เรื่องกันไป 8. วัฒนธรรมการดูหนังนี่ก็คล้ายๆ คนไทย ไม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์หรือคนคุยโทรศัพท์นะแต่เห็นมันหยิบมือถือขึ้นมาแชท สลัดแมวเอ้ย แสงยิ้มเข้าคนอื่นเค้านะ หนังจบก็จบกัน ลุกออกกันพรึ่บพรั่บ แทบไม่มีใครอยู่ดู end credit จนเป็นเรานี่แหละที่ออกจากโรงเป็นคนสุดท้าย ก็ประมาณนี้แหละที่พอจะนึกได้ จำได้ เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์การดูหนังนอกประเทศไทย จนเราก็คิดๆ และว่านี่กูบ้าหรือเปล่าวะ คนอื่นไปต้างประเทศ โรงหนังน่าจะเป็นตัวเลือกสุดท้ายล่ะมั้งที่จะนึกถึงและลองไปสัมผัส แต่กูนี่มองหาโรงหนังเป้าหมาย และเวลาที่จะได้เข้าโรงหนังตลอดๆ ‪#‎เอาวะ‬ ‪#‎มาทางนี้แล้วนี่‬

สอบถามครับอยากไป Yushan National Park ในไต้หวัน

สอบถามครับอยากไป Yushan National Park ในไต้หวัน ช่วงต้นเดือนธันวาคม จะไปไต้หวัน เพื่อนๆอยากไปเที่ยว Yushan National Park ในไต้หวัน เห็นรูปแล้ววิวสวยมาก มีใครเคยไปบ้างครับไปยากไหมและต้องใช้เวลานานไหม ขอบคุณครับ