วันศุกร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ปะ ไปเที่ยวกัน เหยียบขุนเขา แลสายน้ำ ม่อนแจ่ม-ม่อนม้ง แม่ริม เมื่อชีวิตต้องการพลัง

เวลาที่พาร่างกายใช้ชีวิตหนัก กับเมืองวุ่นๆ ผู้คนจอแจ มากๆ มันก็พาลให้อ่อนล้ากันได้จริงไหมคะ ถ้าเหนื่อยโฮก ร่างแถบแหลกกับงานหนักมาจนถึงจุดหนึ่ง ก็ให้รางวัลตัวเองกันบ้างดีไหม!! ทริปนี้วางแผนกับเพื่อนมากว่าสองเดือนค่ะ จองตั๋วเครื่องบินกันตั้งแต่ส.ค. ไปจริง พ.ย. จุดเริ่มต้นเกิดจาก นัดจิบกาแฟกับเพื่อนสองคนพูดคุยและบ่นสัพเพเหระเรื่องรอบตัว จนไปเห็นภาพเพื่อนโพสต์เฟซบุ๊คนั่งชิลริมสายน้ำ "ปั่นทีสิส" ภาพที่เห็นคือ เฮ้ย! บรรยากาศ สงบอะ อยากได้แบบเนี้ย ไปๆมาๆ เลยจัดเลย ไปหาที่สงบ แถมเที่ยวม่อนแจ่มเป็นของแถม ระหว่างรอเที่ยว ก็รีวิวหาที่พักตามม่อนต่างๆ ค่ะ มีทั้งแบบบ้านและเต้นท์ ตกลงกับเพื่อนว่าเราเอาแบบบ้านละกัน จะได้มีห้องน้ำในตัว เป็นกุลสตรีไปกันสองคน กลางค่ำกลางคืนเดินเข้าห้องน้ำจะเป็นอันตรายแก่ผู้อื่น สรุปก็ได้ที่พักที่ม่อนม้ง หาจากตามรีวิว ในพันทิป และเวบรีวิวต่างๆ ม่อนม้ง เป็นโฮมสเตย์ค่ะ ลงไปกลางหุบเขา อยู่สูง ที่ก็ต่ำกว่าม่อนแจ่ม รอบตัวเราจึงเต็มไปด้วยขุนเขา เวลาคุณไปพักแนะนำว่าให้มองไปรอบๆ หยิบกล้องถ่ายรูปสวยๆ จาก นั้นวางมันลง ถอดรองเท้า หลับตา เปิดหู สัมผัสผืนหญ้าใต้ฝ่าเท้าคือขุนเขา เสียงป่าอยู่รอบตัว และลมกำลังสัมผัสผิว พลังงานดีดีกำลังเคลื่อนสู่ร่างกายเรา ถ้าพร้อมแล้วก็เที่ยวกัน (กล้องที่เตรียมไปคือกล้องมือถือกับกล้องฟูจิ ถ่ายตามความรู้สึกนะคะอาจจะไม่สวยงาม) บินละ เช้าแรก เที่ยววัดเจดีย์หลวง วัดอุโมงค์ บ่าย ม่อนแจ่ม ม่อนม้ง ม่อนแจ่ม คนเยอะและร้อน มองไปเห็นคนเพียบ แต่ฟ้าก็ยังสวยมาก แต่ก็ชอบภาพนี้นะมีชิวิตดี แปลงผักโครงการหลวงหนองหอย สีเขียวสะท้อนแดดสวยมาก ต่อมาม่อนม้งค่ะ พักที่นี่ ต้องไปจอดรถที่จุดจอดรถเเล้วให้คนมารับ เพราะทางลำบากมากถึงมากที่สุด ต้องใช้ทักษะในการขับรถสูง ทางแคบขนาดเปิดประตูรถไปตกกันได้เลยทีเดียว ม่อนม้งโฮมสเตย์ดูแลโดยชาวม้ง วิถีชีวิตจึงยังมีความเป็นพื้นบ้านอยู่ ยังไม่ถูกปรุงแต่งมาก แต่ก็สะดวกสบายนะคะ พักบ้านมาตรฐาน ห้องน้ำในตัว 990 บาท ข้างๆ เป็นแปลงสตรอว์เบอร์รี่เก็บได้แต่จ่ายตังด้วย หน้าบ้านเป็นแปลงผัก มีน้ำสลัดให้ เก็บกินได้และจ่ายตังด้วยเช่นกัน สตรอว์เบอร์รี่ที่นี่อร่อยค่ะ สด กรอบ หวาน ลูกขาวๆ ก็หวานกรอบอมเปรี้ยวนิดเดียว วิวตอนขากลับ วันต่อมาพักที่ Natura Maerim Resort ค่ะ ที่นี่เข้าไปลึกในห้วยทราย แนะนำให้ติดต่อกับเจ้าของรีสอร์ทเรื่องการเดินทาง เป็นรีสอร์ทเล็กๆ บ้าน 5 หลัง ด้านหน้าเป็นทุ่งนา ด้านหลังเป็นแม่น้ำแม่ริมขั้นโรงเรียนนานาชาติเปรม มีศาลากาแฟเล็กๆ ในรีสอร์ท กาแฟอร่อยค่ะ หอม ฝรั่งชอบมานั่งอ่านหนังสือ เพราะสงบ มองสายน้ำ ฟังเสียงนก กลางคืน ชอบไฟทางเดินอะ รู้สึกปลอดภัย ห้องพักสะอาดค่ะ ชอบห้องน้ำมีฟักบัว2แบบ ที่แขวนผ้าตะขอเยอะดี ผ้าจะได้ไม่หล่นเปียกน้ำ (ใครแต่งตัวในห้องน้ำจะเข้าใจ) ศาลากาแฟ สั่งกาแฟผสมชาเขียว อร่อยหอมกาแฟมีรสฝาดของชานิดหน่อยสำหรับคนไม่ชอบหวานมาก อันนี้ใช่เลย ทุ่งนาหน้ารีสอร์ท ความรู้สึกที่ไปพักก็แบบ มันสงบมาก slow live ต่างจากเที่ยวม่อนตรงที่เราอาจจะไม่ตื่นตา กับธรรมชาติความอลังการของภูเขาเท่า แต่บอกเลยว่ามันสงบจากข้างใน มันนิ่งๆ เย็นๆ ได้พักจริงๆ ตอนเย็นอากาศดีเหมือนเปิดแอร์ ตอนเช้าก็สดชื่นไปกับบรรยากาศของทุ่งนา และผู้คนแบบชาวบ้าน เดินเล่นด้านนอกได้ จ๊อกกิ้งตอนเช้าได้ หากชีวิตมันวุ่นวายนักก็หามุมตรงข้ามให้มันสักหน่อย เชื่อไหม ตัวเราใจเราพอบรรยากาศมันช่วย พลังมาเต็มมาก รู้สึกกลับมาทำงานต่อได้อีก ข้างในโคตรได้พักเลย คราวนี้มาดูอาหารการกินปิดท้ายกันสักหน่อยค่ะ ร้านกาแฟ Libarista มาเชียงใหม่ต้องโดนร้านกาแฟ ของเขาเยอะจริง salad concept อาหารเย็นที่ม่อนม้ง และอาหารเช้าที่เนทูร่าแม่ริมรีสอร์ท อาหารเย็นที่เนทูร่า คือหิวตอนแม่ครัวกลับไปแล้ว เจ้าของเลยกรุณาทำให้กินแบบง่ายๆ เป็นผัดไทยกับผักกาดม้งน้ำมันหอย อร่อยค่ะ ส่วนกระเพรานี่กินตอนกลางวัน ชอบพริกน้ำปลา กับข้าวมันปูมาก เขาใช้วัตถุดิบดี มิน่าฝรั่งชอบมากิน พอกลับมานั่งรีวิว ก็นึกถึงบรรยากาศตอนไปเที่ยว ชีวิตคนเราก็แบบนี้ละนะ ทำงานหาเลี้ยงชีพ หาความสุข เวลาของตัวเองอยู่ตรงไหน ใจเราอยู่ตรงไหนบางทีก็ลืมรู้สึก ก็แค่หนึ่งปี ขอ 1 ครั้ง รางวัลให้ตัวเอง กับการเดินทางที่สวยงาม ไม่ต้องเที่ยวหรูเริ่ด ปีนผา ล่องแก่ง เที่ยวแบบนี้บ้างก็ดีงาม สลับบรรยากาศกันไป แต่ที่สุดของการเดินทาง นอกจากชมความสวยงามรอบตัว มีเพื่อนคุ้นเคยนอนคุย นั่งเม้าท์ กินข้าว ก็คือการให้ตัวเองได้สัมผัสกับเส้นทางนั้นจริงๆ 1 ปี ขอแค่นี้ก็พอ ปะ ไปเที่ยวกัน แก้ไขข้อความเมื่อ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น