วันศุกร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

รีวิว เที่ยวเกาหลีแบบติ่ง 5คืน 6วัน กับค่าใช้จ่ายไม่ถึง 30,000฿

ก่อนอื่นต้องขอบอกไว้ก่อนนะค่ะว่ากระทู้ที่คุณจะอ่านต่อไปนี้ เป็นการรีวิวการเที่ยวเกาหลีแบบติ่งจริงๆ และกระทู้นี้อาจจะยาวมากกกก แต่ก็เพื่อเป็นประโยชน์แก่คนที่สนใจจริงๆนะค่ะ โดยสถานที่ที่เราไปจะเน้นไปตามศิลปิน ที่เที่ยวดังๆในโซล และอาหารที่ไปแล้วจะกินให้ได้ จะพยายามเขียน เนื้อหา รายละเอียด และค่าใช้จ่าย ให้ได้มากที่สุดนะค่ะไปเริ่มกันเลยยยย      ทริปนี้มีแรงบันดาลใจจากความเป็นติ่งล้วนๆค่ะ เพราะโดยส่วนตัวแล้ว ถึงเราจะชอบนักร้องเกาหลีแต่เราก็ไม่เคยคิดที่อยากไปเที่ยวประเทศเกาหลีเลย เพราะถ้าเทียบถึงสถานท่องเที่ยวแล้ว เราว่าบ้านเราน่าเที่ยวกว่าเยอะค่ะ แต่ด้วยความเป็นติ่งไง55555 ถ้าคุณเป็นติ่งเกาหลีก็เป็นประเทศที่คุณต้องไปเยือนสักครั้งจริงๆ  เเริ่มแรกเดิมที เราได้ดูรายการ WIN:Who is next แล้วเราก็คลั้งเด็กๆ TeamB มากกกก ทำให้ตามไปอ่านแฟนแอคที่มีคนไปตามน้องที่หน้าตึก คือ เห้ยยยยยย ชั้นต้องไปเจอตัวจริงให้ได้ ก่อนน้องจะเดบิว ได้เรื่องซิค่ะ ตัดสินใจชวนเพื่อน1คน(ติ่งด้วยกันมาตั้งแต่ม.ต้น) ตอนแรกกะชวนเล่นๆ แต่ปรากฏว่า เพื่อนยิ้มใจง่ายวะ ตกลงเฉย5555 เราจะไปติ่งวงนี้ อิอิ                                                                          นี่ไม่ใช่การเที่ยวต่างประเทศครั้งแรกของเรานะค่ะ แต่จะถือว่าเป็นครั้งแรกก็ไม่ผิด เพราะก่อนหน้านี้เราเคยไป สิงคโปร์ กับ มาเลเซีย แต่ครั้งนั้นเราไปกะทัวร์ ซึ่งมีไกด์ทำให้ทุกอย่าง แต่ครั้งนี้เราต้องทำเองทั้งหมด ทั้งจองตั๋วเครื่องบิน จองที่พัก วางแผนว่าจะไปที่ไหนบ้าง จะเดินทางยังไง ขึ้นรถอะไร จะไปกินอะไรร้านอยู่ตรงไหน มากมายหลายประการ      ด่านแรกของเราคือการจองตั๋วเครื่องบินค่ะ เราเลือกไปช่วงเดือนก.ค. เพราะช่วงนั้นปิดเทอมและเป็น Low  season ตอนแรกเราคิดไว้กับเพื่อนว่าตั๋วไป-กลับน่าจะสักประมาณ 15,000฿ แต่ประกฎว่าสายการบินแอร์เอเชียเอ็กซ์เปิดตัวเที่ยวบินตรงไปเกาหลี ย้ำ!!! ว่าบินตรง เพราะตอนแรกแอร์เอเชียไม่มีเที่ยวบินตรงไปเกาหลีและญี่ปุ่น ต้องไปเปลี่ยนเครื่องที่กัวลาลัมเปอร์แทน จึงมีโปรโมชั่นฉลองเครื่องบินลำใหม่ ราคาเริ่มต้นแค่ที่นั่งละ 1,990฿ จัดไปซิค่ะ คืนนั้นเลยนั่งถ่างตารอกดตั๋ว แล้วก็ได้จริงๆ ได้มาในราคา 6,500฿/คน ราคานี้เป็นตั๋วไป-กลับ ร่วมค่าภาษีสนามบิน กับค่าโหลดกระเป๋าเที่ยวละ 20kg เบ็ดเสร็จแล้วนะค่ะ ต้องบอกว่าเราโชคดีมากๆ (สำหรับคนที่สนใจต้องค่อยตามดูโปรโมชั่นเรื่อยๆนะค่ะ เพราะแอร์เอเชียมีโปรโมชั่นทั้งปี)       ด่านที่สองคือการจองที่พักค่ะ เรากับเพื่อนไปอ่านรีวิวอื่นๆเพื่อประกอบการตัดสินใจว่าจะพักที่ไหนดี เพื่อให้ง่ายต่อการติ่ง ซึ่งค่ายเพลงส่วนใหญ่จะอยู่ย่านชองดัมดง ซึ่งจะเป็นย่านคนรวย ค่าที่พักจึงแพงมาก ฉะนั้นตัดไปได้เลย สุดท้ายพวกเราก็ตัดสินใจที่จะพักย่านฮงแด(มหาวิทยาลัยฮงงิ) เพราะว่ากันว่าย่านนี้เป็นแหล่งรวมวัยรุ่น มีร้านค้า ร้านอาหารเรียงรายจนดึกดึนมืดค่ำ เพื่อว่าเรากลับมาจากไปติ่งดึกๆจะได้กลับมาเดินเที่ยวใกล้กับที่พักได้ ตั๋วพร้อม ที่พักพร้อม ถึงวันเดินทางแล้วววว เย้!!! วันที่ 6 ก.ค.      เราไปขึ้นเครื่องที่ดอนเมืองตอน 8.00น ถ่ายรูปเช็คอินประกาศให้ชาวบ้านเค้ารู้ว่าเราจะไปเกาหลี5555 ไปเกาหลีใช้เวลาในการบินประมาณ5ชั่วโมงค่ะ เราไปถึงสนามบินอินชอนประมาน 16.00น (เวลาที่เกาหลีไวกว่าไทย2ชม) ตอนเครื่องลงจอดอุณหภูมิอยู่ที่25องศา คือว่าอากาศดี ไม่ร้อนมาก เหมาะแก่การเดินเที่ยวเป็นอย่างยิ่ง ด่านต่อมาคือผ่าน ตม ค่ะ คือที่เกาหลีขึ้นชื่อเรื่องส่งคนไทยกลับประเทศมานักต่อนัก พวกเราเลยใจหวิวๆ ตอนอยู่บนเครื่องนั่งติวเตรียมตอบคำถาม ตม เต็มที่ กลัวโดนส่งกลับ ป่าว! ปรากฏว่าผ่านชลุย ไม่มีถามไถ่อะไรสักคำ ไวจนเหมือนว่าเราสองคนยังไม่ได้ผ่าน ตม  55555      หลังจากนั้นพวกเราก็เดินตามป้ายไปเรื่อยๆ (ซึ่งเราสองคนเก่งภาษาอังกฤษมาก หรอ?) จนมาถึง AREX รถไฟฟ้า ที่จะพาเราไปยังโซลนั่นเอง เราสองทำการซื้อตั๋วแบบเที่ยวเดียว AREX ใช้เวลาในการเดินทางไปยังโซลประมาณ1ชม อยากจะบอกว่ายืนมาตลอดทางเลยค่ะ เพราะคนเยอะมาก ระหว่างที่นั่ง AREX เราสองคนที่เพลินเพลินกับวิวข้างทาง วิวสวยมากค่ะ รู้สึกว่าบ้านเมืองเค้าสะอาดและเป็นระเบียบมาก      เราลงสถานีมหาวิทยาลัยฮงงิก เพราะที่พักเราต้องลงสถานีนี้ค่ะ มองหน้ากันกับเพื่อน เห้ย นี่มาถึงแล้วจริงๆหรอ ตื่นเต้นๆ ออกทางออกมาปุ๊บ ปรากฏว่าไปไม่เป็นเลยค่ะ แผนที่ก็มีนะ แต่ไม่รู้จะเดินไปทางไหน เลยเดินไปขอความช่วยจากคนที่เดินผ่านไปมา เจอคนเกาหลีใจดีอาสาเดินส่ง เราเดินวนๆก็สักพัก ก็ไม่เจอที่พัก เพราะดูจากทรงแล้วคนเกาหลีใจดีคนนี้ก็น่าจะไม่ใช่คนแถวนี้เหมือนกัน คนเกาหลีใจดีเลยโทรไปหาที่พักให้ส่งสต๊าฟมารับเราสองคน เราสองคนเลยยกมือไหว้แล้วก็พูด “ขอบคุณค่า” แบบดังๆไปหนึ่งที ทราบซึ้งให้น้ำใจมากค่ะ ขอบคุณมากๆนะค่า ไม่นานก็มีโอป้าที่เป็นสต๊าฟมาโอป้าพูดไทยได้ เริ่ดมากค่ะ ระหว่างก็ชวนกันคุยนู้นนี่ โอป้าบอกว่าเคยไปเที่ยวไทยมาเกือบหมดแล้ว เชียงใหม่ เชียงราย ภูเก็ต เกาะช้าง เหยดดด แอบภูมิใจนะค่ะ555      ที่นี่คือ Uwa Guesthouse http://www.uwaguesthouse.com/   เราเลือกแบบห้องดอมค่ะ คือเป็นเตียงสองชั้น นอนคนกับคนอื่นแยกหญิงกับชาย ห้องน้ำแยกหญิงกับชาย มีอาหารเช้า เครื่องซักผ้า ไดท์เป่าผม wifi ราคาอยู่ที่คืนละ 20,000W(ประมาณ600฿/คน/คืน) เราเลือกวิธีจ่ายเงินโดยการโอนเงินจากไทยไปค่ะ รวมค่าโอนด้วยก็ตกคนละ 3,500฿  ซึ่งถ้าเพื่อนๆสนใจสามารถไปจ่ายที่นู้นได้นะค่ะ จะได้ไม่ต้องเสียค่าโอนแบบเรา ที่นี่สะอาด กว้างขวาง ตกแต่งดูดีมาก  ที่สำคัญอยู่ไม่ไกลกับ MRT สามารถเดินได้สบายๆเลยค่ะ อันนี้เป็นรูปบรรยากาศภายในเกสเฮ้าท์ค่ะ      เก็บข้าวเก็บของเสร็จ ก็รีบบึ่งไปหาอาหารมื้อแรกแบบด่วนๆหิวมากกก ต้องบอกไว้ก่อนเลยนะค่ะ ร้านอาหารที่เราไปกินในทริปนี้เกือบทั้งหมดได้รับคำชี้แนะ มาจากบล็อค Seoul Café ค่ะ อาหารมื้อแรกที่เราจะกินกันก็คือ แกงกิมจิ(กิมจิชีเก) ค่ะ ร้านนี้ชื่อว่า 찌게짚 (จีเกจิบ) ร้านนี้อยู่ใกล้ๆกับม.ฮงงิก ซึงโอป้าบอกว่าเดินทางที่พักไปประมาณ10นาทีก็ถึง มาถึงเราสองคนก็สั่งแบบเป็นเซทไปค่ะ  บรรยากาศในร้านชิลๆสบายๆอยู่ชั้นสอง สามารถนั่งมองคนเดินผ่านไปผ่านมา หนุ่มสาวเกาหลีที่นี่หน้าดีมากค่ะ บ่องตง เราสองคนนั่งส่องผู้กันเพลินเลยค่ะ555 พอพนักงานเอามาเซิฟ เราสองคนก็ถ่ายรูปตามทำเนียม จากนั้นก็เริ่มบรรเลง ยัดลงไปในกะเพราะ รสชาติอร่อยตามคาดค่ะ ให้อารมณ์แบบแกงส้มบ้านเราแต่ใส่หมูสามชั้นแทนปลาช่อน กินไปได้สักพักอาหารก็ยังไม่ยุบ แต่เริ่มแน่นพุงแล้วค่ะ อิ่มมากกกก กินไม่หมดด้วย ราคามื้อนี้อยู่ที่ 14,000W(ประมาณ420฿) รายละเอียดและพิกัดร้านไปอ่านเพิ่มได้ที่นี่เลย http://seoulcafe2013.blogspot.com/2014/02/blog-post.html       สำหรับใครที่กลัวว่าไปแล้วจะสั่งไม่เป็น ไม่ต้องกลัวค่ะ เพราะร้านอาหารที่โซลเกือบทุกร้านจะมีเมนูเป็นรูปให้เราจิ้มๆสั่งได้เลยค่ะ ส่วนวิธีจ่ายเงินก็แสนง่าย เดินไปที่เค้าน์เตอร์ซึ่งมีอยู่ทุกร้านเช่นกันค่ะ พนักงานจะทำการคิดเงินเงินและโชว์ขึ้นจอให้เราเห็น เราก็หยิบเงินตามจำนวนออกมาจ่าย แค่นี้ก็คัมซามีดา เดินออกจากร้านได้เลยค่ะ555 หลังจากอิ่มหนำสำราญ สถานที่ต่อไปที่เราจะไปก็คือหน้าประตูม.ฮงงิกค่ะ ระหว่างไปพวกเราเดินสำรวจ(หลง)ฮง-ันอยู่นานมาก จนขาลาก สุดท้ายก็เจอจนได้ แต่ประตูหน้าม.ฮงงิกอยู่จากซอยร้านที่เรากินแกงกิมจิเมื่อก็มาแค่นิดเดียว โถ่ ชีวิต! เดินในกรุงเทพยังหลง หลงในโซลก็คงไม่แปลก      จากนั้นพวกเราก็ไปเดินเล่นย่านช้อปปิ้งหน้าม.ฮงงิกค่ะ เดินไปเจอ “ขนมปังไข่” น่ากินมาก ไปแล้วเจออะไรต้องลองให้หมด ชิ้นละ1000W(ประมาณ30฿) รสชาติอร่อยดีค่ะ หวานรสขนมปัน หอมไข่ แต่ไข่เหนียมไปหน่อย ทรมานคนจัดฟันมาก      เดินเล่นจนพอหอมปากหอมคอ เราสองคนก็เดินกลับที่พัก ระหว่างทางเจอมินิมาร์ท เราสองคนเลยแวะเข้าไปสำรวจทันทีค่ะ ในมินิมาร์ทที่เกาหลีจะดีตรงที่มีโต๊ะให้นั่ง เราสองคนซื้อนมกล้วยของขึ้นชื่อที่ไปแล้วลองมาคนละขวดค่ะ ราคาขวดละ 1,200W(ประมาณ42฿) รสชาติหวานมาก หอมนม หอมกล้วย อร่อยดีค่ะ อร่อยจนอยากซื้อกลับมาให้ฝากคนที่บ้าน ชื่อสินค้า:   โซล เกาหลีใต้ คะแนน:      **CR - Consumer Review : ผู้เขียนรีวิวนี้เป็นผู้ซื้อสินค้าหรือเสียค่าบริการเอง ไม่มีผู้สนับสนุนให้สินค้าหรือบริการฟรี และผู้เขียนรีวิวไม่ได้รับสิ่งตอบแทนในการเขียนรีวิว แก้ไขข้อความเมื่อ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น